การเดินทางช่วยให้เราเข้าใจความหมายของชีวิตและช่วยให้เราเป็นคนที่ดีขึ้น ทุกการเดินทางเราจะมองโลกด้วยสายตาใหม่
การตกหลุมรักเมืองหนึ่งอาจเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ เช่น ร้านกาแฟที่อบอุ่นและมีเสน่ห์ ฉันไม่ใช่คนที่หลงใหลการดื่มกาแฟมากนัก แต่ฉันชอบนั่งอยู่ในร้านกาแฟ ชมผู้คน และสัมผัสบรรยากาศที่แสนผ่อนคลาย เฉิงตู เมืองที่เต็มไปด้วยพลังชีวิตและความมีชีวิตชีวา ได้กลายเป็นสถานที่ที่ทำให้ฉันหลงรักโดยไม่รู้ตัว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ร้านกาแฟในเฉิงตูผุดขึ้นมากมายราวกับดอกเห็ด แต่ละร้านมีสไตล์และเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำกัน เพื่อนจากเมืองอื่นเคยเล่าให้ฟังว่า ทุกครั้งที่เขาเดินทางมาเฉิงตู เขาจะต้องออกตามล่าหาร้านกาแฟดีๆ เพื่อลิ้มรสกาแฟและสัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ไม่เหมือนใคร
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันมีโอกาสนัดพบเพื่อนที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งในเฉิงตู และที่นั่นฉันได้ค้นพบร้านที่เหมือนสมบัติที่ซ่อนอยู่ ร้านนี้ตอบโจทย์ทุกความฝันที่ฉันเคยจินตนาการเกี่ยวกับร้านกาแฟเลยทีเดียว มันตั้งอยู่ที่ "ถนนบินเฉิง" (Binsheng Street) ซึ่งเป็นย่านที่ฉันเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก แม้ว่าฉันจะเคยเดินเล่นที่ "ตรอกกว้างตรอกแคบ" (Kuanzhai Alley) มาหลายครั้งแล้วก็ตาม ถนนบินเฉิงเป็นสถานที่ที่เงียบสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่านมากนัก เหมาะสำหรับการหลบหนีจากความวุ่นวายในเมืองใหญ่ บรรยากาศของที่นี่คล้ายกับถนน "เป่าถงซู่" (Baotongshu Street) ที่มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน ฉันรู้สึกเหมือนได้พบสถานที่ลับที่ทำให้ใจสงบลงทันทีที่ก้าวเข้ามา
จากภายนอก ร้านกาแฟแห่งนี้ดูเหมือนร้านเล็กๆ ที่ไม่มีอะไรพิเศษ แต่เมื่อก้าวเข้าไปข้างใน ฉันต้องประหลาดใจ เพราะมันมีพื้นที่กว้างขวางกว่าที่คิด ภายในร้านแบ่งออกเป็นสามโซนสำหรับลูกค้า แต่ละโซนได้รับการตกแต่งอย่างพิถีพิถันและมีสไตล์ที่แตกต่างกัน โซนแรกเป็นมุมที่เต็มไปด้วยแสงธรรมชาติ มีหน้าต่างบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นถนนด้านนอก โซนที่สองเป็นมุมเงียบสงบ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการนั่งอ่านหนังสือหรือทำงาน ส่วนโซนที่สามให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนนั่งอยู่ในบ้าน มีโซฟานุ่มๆ และแสงไฟสลัวๆ ที่สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย ฉันและเพื่อนสั่งกาแฟมาดื่มพร้อมขนมปังปิ้งเล็กๆ น้อยๆ และใช้เวลาคุยกันอย่างเพลิดเพลินจนลืมเวลา
ร้านกาแฟแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ 24/1 ถนนบินเฉิง ใกล้กับสำนักงานทะเบียนสมรสของเมือง ค่าใช้จ่ายต่อคนอยู่ที่ประมาณ 47 หยวน ซึ่งถือว่าไม่แพงเลยสำหรับประสบการณ์ที่ได้รับ ร้านเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม ฉันคิดว่านี่คงเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ฉันจะต้องกลับมาอีกครั้งในอนาคต เพราะมันไม่ใช่แค่ร้านกาแฟ แต่เป็นสถานที่ที่ทำให้ฉันรู้สึกถึงความสุขเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน
แต่เฉิงตูไม่ได้มีเพียงร้านกาแฟที่น่าประทับใจเท่านั้น เมืองนี้ยังเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและทันสมัย หนึ่งในนั้นคือ "สะพานหวู่ชาจื่อ" (Wuchazi Bridge) ซึ่งเป็นจุดเช็คอินยอดนิยมในปี 2020 สะพานนี้ได้รับฉายาว่า "สะพานคนเดินที่ซับซ้อนที่สุดในประเทศ" และ "วงแหวนโมเบียสในชีวิตจริง" ด้วยการออกแบบที่ล้ำสมัยและน่าทึ่ง ตั้งอยู่ในเขตไฮเทคตอนใต้ของเฉิงตู ใกล้กับแม่น้ำจินเจียง สะพานหวู่ชาจื่อไม่เพียงแต่เป็นสะพานสำหรับเดินเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความก้าวหน้าทางสถาปัตยกรรมของเมือง มันเชื่อมต่อสวนสาธารณะริมน้ำเข้ากับศูนย์นิทรรศการเซ็นจูรี่ซิตี้ และเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสีเขียวริมแม่น้ำจินเจียงที่สวยงาม
ครั้งแรกที่ฉันได้เห็นสะพานหวู่ชาจื่อ ฉันรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร รูปทรงของมันโค้งงออย่างมีศิลปะ ราวกับเป็นงานประติมากรรมขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่เหนือแม่น้ำ แสงแดดที่สะท้อนกับโครงสร้างโลหะของสะพานทำให้มันดูสวยงามยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเย็นที่แสงไฟจากสะพานเริ่มสว่างไสว ฉันเดินไปตามทางเดินบนสะพาน มองดูผู้คนที่มาถ่ายรูปและพักผ่อนหย่อนใจ บางคนปั่นจักรยาน บางคนเดินเล่นกับครอบครัว บรรยากาศที่นี่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกสงบอย่างประหลาด
บริเวณรอบๆ สะพานหวู่ชาจื่อยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น ศูนย์โกลบอล (Global Center) ซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่ที่รวบรวมทั้งห้างสรรพสินค้า โรงแรม และสำนักงานไว้ด้วยกัน สวนสาธารณะเจียงทัน (Jiangtan Park) ที่เหมาะสำหรับการเดินเล่นในวันหยุด และสวนกุ้ยซี (Guixi Park) ที่มีต้นไม้เขียวขจีและอากาศบริสุทธิ์ ทุกสถานที่ล้วนสะท้อนถึงเสน่ห์ของเฉิงตู เมืองที่ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมได้อย่างลงตัว
การมาเยือนเฉิงตูครั้งนี้ทำให้ฉันรู้สึกว่าเมืองนี้มีอะไรมากกว่าที่ตาเห็น ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมเงียบๆ หรือสะพานที่กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความก้าวหน้า ทุกอย่างในเฉิงตูล้วนมีความหมายและเรื่องราวของมันเอง ฉันเริ่มเข้าใจว่าทำไมผู้คนถึงบอกว่าเฉิงตูคือเมืองแห่งความสุข เพราะที่นี่ ความสุขไม่ได้อยู่ไกลเกินเอื้อม แต่มันอยู่เคียงข้างเรา ในทุกย่างก้าวของชีวิตประจำวัน
เฉิงตูทำให้ฉันอยากกลับมาอีกครั้ง ไม่ใช่แค่เพื่อดื่มกาแฟหรือถ่ายรูปที่สะพาน แต่เพื่อสัมผัสถึงกลิ่นอายของมนุษย์และชีวิตในฝันที่เมืองนี้มอบให้อย่างไม่รู้จบ ทุกครั้งที่มาเยือน ฉันรู้สึกเหมือนได้ค้นพบอะไรใหม่ๆ และนั่นคือสิ่งที่ทำให้เฉิงตูพิเศษในใจฉัน